จังหวัด :
ชื่อโรงเรียน :
ท่านคิดว่าข้อใดคือประโยชน์ของการเรียนการสอนออนไลน์มากที่สุด
เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน
สนับสนุนการเรียนการสอน
เกิดเครือข่ายความรู้
เน้นการเรียนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ตรงตามหัวใจของการปฏิรูปการศึกษา
ลดช่องว่างการเรียนรู้ระหว่างเมืองและท้องถิ่น
ดูผลโหวด
Google
คุณเยี่ยมชมเป็นลำดับที่ 

     username   password       สมัครสมาชิกใหม่     ลืมรหัสผ่าน
      
 ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร สวก.

ประกาศคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
เรื่อง การรับสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร
ประจำปี 2553
-------------------------

ด้วยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) จะดำเนินการสอบคัดเลือกเพื่อรับ
ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร ประจำปี 2553 โดยมีรายละเอียดการประกาศรับสมัครสอบ
คัดเลือกพร้อมทั้งกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อรับทุน ดังต่อไปนี้


1. ทุนที่รับสมัคร จำนวน 9 ทุน ได้แก่ สาขาการเกษตร วิทยาศาสตร์การเกษตร วิทยาศาสตร์ทั่วไป เศรษฐศาสตร์
เกษตร เศรษฐศาสตร์ทั่วไป ชลประทาน ทรัพยากรธรรมชาติ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และการบริหารหรือการจัดการ
ธุรกิจเกษตร


2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
2.1 ผู้มีสิทธิสมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
2.1.1 เป็นบุตรหลานเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดย
จะต้องมีหนังสือรับรองจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
2.1.2 มีอายุไม่เกิน 20 ปี นับถึงวันสมัครขอรับทุน
2.1.3 มีสัญชาติไทยและเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2.1.4 เป็นผู้ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงและไม่เป็นผู้พิการ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในสาขานั้น ๆ
2.1.5 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า (รวมทั้งผู้สำเร็จการศึกษา
สายอาชีวศึกษา (ปวช.)) หรือกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้ายระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า (รวมทั้งผู้ที่กำลังศึกษา
อยู่ชั้นปีสุดท้ายระดับสายอาชีวศึกษา (ปวช.)) หรือกำลังศึกษาชั้นปีที่ 1 ในระดับปริญญาตรี และได้คะแนนเฉลี่ยสะสมใน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่ารวมทุกภาคการศึกษาไม่ต่ำกว่า 2.50
2.1.6 มีศีลธรรม และความประพฤติดี โดยมีหนังสือรับรองความประพฤติจากโรงเรียนที่ตน
สังกัดมาแสดง
2.1.7 ไม่อยู่ในระหว่างการรับทุนที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใด ๆ
2.1.8 ผู้สมัครสอบผู้ใดไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ไม่มีสิทธิเข้าสอบหรือได้รับทุน
2.2 ผู้สมัครสอบที่เคยได้รับทุนรัฐบาลหรือทุนอื่น ๆ ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศหรือในประเทศมาแล้ว
จะต้องเป็นผู้ซึ่งหมดภาระผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่ชดใช้ทุนตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับเจ้าของทุนหรือหน่วยงานต้น
สังกัดแล้ว และถ้ายังมีข้อผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่ชดใช้ทุน ให้แสดงหนังสืออนุญาตและรับรองความเหมาะสมให้
สมัครสอบ และยินยอมจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานเจ้าของทุนในการปฏิบัติงาน

3. การรับสมัคร (สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมัคร)
3.1 กำหนดวันรับสมัคร และขั้นตอนการสมัคร
3.1.1 ผู้สมัครสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 2-31 มีนาคม 2553
3.1.2 ขั้นตอนการสมัคร
(1) ผู้สมัครสามารถ Download แบบฟอร์มใบสมัครและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบได้ที่
http://www.arda.or.th หัวข้อ “สมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร หรือรับ
แบบฟอร์มใบสมัครขอรับทุนได้ที่ สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด โดยผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อ
ผู้สมัครให้เรียบร้อย
(2) การยื่นเอกสารและหลักฐานการสมัคร สามารถยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเอง ณ สำนักงานพัฒนาการ
วิจัยการเกษตร หรือยื่นใบสมัครทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยผู้สมัครจะต้องลงลายมือชื่อและรับรองสำเนาในเอกสารการ
สมัครทุกฉบับ และส่งเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ พร้อมกับซองจดหมายขนาด 11x22 เซนติเมตร ติดแสตมป์ราคา 3 บาท
จ่าหน้าซองถึงตัวเองให้ชัดเจน ไปยังสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เลขที่ 2003/61 ถ.พหลโยธิน
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 พร้อมทั้งวงเล็บมุมซองว่า “(สมัครสอบทุนศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลาน
เกษตรกร” ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2553 โดยถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับจดหมายของผู้สมัครสอบ
เป็นสำคัญ เพื่อทางสำนักงานฯ จะได้จัดส่งหลักฐานการสมัครและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบกลับมายังผู้สมัครภายใน 15 วัน
นับจากวันส่งเอกสารและหลักฐานการสมัคร หากกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้รับเอกสารตามวันดังกล่าวกรุณาติดต่อกับสำนักงานฯ
โดยด่วน โทร. 0 2579 7435 ต่อ 123,122
3.2 เอกสารและหลักฐาน ที่จะต้องยื่นในการสมัครสอบ
3.2.1 ใบสมัครและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบ ตามข้อ 3.1.2 (1) พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรงไม่
สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 X 1.5 นิ้ว จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี
3.2.2 สำเนาใบรับรองผลการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนถึงสิ้นสุดภาคต้นของมัธยมศึกษาปีที่ 6
พร้อมระบุคะแนนเฉลี่ยสะสม ซึ่งโรงเรียนเป็นผู้ออกให้จำนวน 1 ชุด ประทับตราโรงเรียน และเจ้าหน้าที่ลงนามกำกับ
3.2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร
3.2.4 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
3.2.5 หนังสือรับรองความประพฤติจากโรงเรียนที่ตนสังกัด (แบบฟอร์มหนังสือรับรองความ
ประพฤติสามารถ Download ได้จากเว็บไซต์)
3.2.6 หนังสือรับรองบุตรหลานเกษตรกร (แบบฟอร์มหนังสือรับรองบุตรหลานเกษตรกรสามารถ
Download ได้จากเว็บไซต์)
3.2.7 ใบรับรองแพทย์ (จากสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลของทางราชการตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลของกรุงเทพมหานคร
รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ สภากาชาดไทย ครุสภา สมาคมปราบวัณโรค กรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกษา สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลอื่นที่กระทรวงการคลังกำหนดหรือ
โรงพยาบาลของเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งหรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและมีเตียงรับผู้ป่วยไว้
ค้างคืน)
3.2.8 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล จำนวน 1 ชุด
3.3 ในการสมัครสอบ ผู้สมัครสอบจะต้อง รับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มี
คุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบจริง และจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน
ตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบและมีผลทำให้ขาดคุณสมบัติทางสำนักงาน
พัฒนาการวิจัยการเกษตรจะไม่รับผิดชอบ
4. ขั้นตอนการพิจารณา
4.1 คณะทำงานคัดเลือกฯ พิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นจากใบสมัคร
4.2 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก พร้อมทั้ง วัน เวลา และสถานที่สอบ
4.3 คณะทำงานคัดเลือกฯ ดำเนินการสอบคัดเลือก เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรับทุนจากพื้นความรู้ที่
จำเป็นสำหรับการไปศึกษาต่อในสาขาที่สมัคร เช่น เชาวน์ปัญญา ความตั้งใจจริง สุขภาพจิต ตลอดจนทัศนคติต่อการรับ
ทุน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น

5. เกณฑ์การตัดสิน
5.1 ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกได้ จะต้องเป็นผู้ผ่านคะแนนการสอบประเมินความเหมาะสมในการรับทุน ไม่ต่ำ
กว่าร้อยละ 70
5.2 คณะทำงานคัดเลือกฯ จะเสนอรายชื่อผู้ผ่านการสอบต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย
การเกษตร เพื่อเห็นชอบและประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุน หรือผู้ได้รับทุน (ในกรณีที่ได้ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 แล้ว)
และคณะอนุกรรมการฯ จะเสนอรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
เพื่ออนุมัติและประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุน
5.3 ถ้าผู้มีสิทธิได้รับทุนสละสิทธิการรับทุน หรือถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือไม่สามารถรับทุนได้คณะอนุกรรมการ
พัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร จะพิจารณาให้ผู้ที่อยู่ในอันดับถัดไปเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน


6. การสมัครสถานศึกษา
ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องสมัครเข้าเรียนตามสาขาวิชาที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรกำหนดไว้ โดย
ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องดำเนินการเลือกสถานศึกษาและสมัครเองทั้งนี้ ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องได้รับการตอบรับเข้า
ศึกษาจากสถานศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันประกาศผล


7. การรายงานตัวและการอบรม
ผู้มีสิทธิได้รับทุน หรือผู้ได้รับทุนจะต้องไปรายงานตัวและเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ
ตามที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรกำหนด


8. การทำสัญญา
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำ
สัญญาการรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร กับ ผู้รับทุน


9. การรับเงินทุน
ผู้ที่ได้รับทุน จะได้รับเงินทุนเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้รับค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเล่าเรียนและ
ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา และค่าใช้จ่ายประจำเดือน ตามอัตราที่คณะกรรมการ
บริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรกำหนด

10. การเพิกถอนการให้ทุน
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรจะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้มีสิทธิได้รับทุนหรือผู้ได้รับทุน หากเข้า
กรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
10.1 หลีกเลี่ยง ละเลยการรายงานตัว การอบรม การเข้าร่วมกิจกรรม และการทำสัญญาตามที่สำนักงานฯ
กำหนด
10.2 เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย “ตั้งแต่ประกาศเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนหรือเป็นผู้ได้รับทุน จนจบ
การศึกษา”
10.3 กรณีที่ผู้ได้รับทุนขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เกิน 1 ปี
10.4 หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงกำหนดการเดินทางไปศึกษาต่อ เมื่อสถานศึกษาตอบรับแล้ว
10.5 กรณีไม่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาที่จะไปศึกษาต่อ ภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วัน
ประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุน


11. เงื่อนไขการรับทุน
11.1 ผู้ได้รับทุนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร
11.2 ผู้ได้รับทุนการศึกษาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรม หรือฝึกอบรมการปฏิบัติงานตามที่สำนักงานพัฒนาการ
วิจัยการเกษตรและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกำหนด
11.3 กรณีผลการศึกษาหากคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ต่ำกว่า 2.50 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรจะ
พิจารณาทบทวนการให้ทุน
11.4 ผู้ได้รับทุนการศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องกลับไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร หรือที่เกี่ยวข้อง
เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ศึกษา
11.5 ในกรณีที่มีการผิดเงื่อนไขหรือสัญญารับทุน ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับทุนจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินทุนที่
ได้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นให้แก่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรตามอัตราที่กำหนดในสัญญาการรับทุน


12. ในกรณีที่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามประกาศนี้ให้คณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัย
การเกษตรเป็นผู้พิจารณา แล้วนำเสนอคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด
ซึ่งถือเป็นที่สุด
ประกาศ ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

 

 

 

 

 

ดาวโหลด :

ใบสมัครสอบคัดเลือก   

บัตรประจำตัวสอบ

ศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ (ศสร)  สนับสนุนโดย บริษัท เปโตรไอที จำกัด
เลขที่ 3 ซ.ลาดพร้าว 106 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ 0-2935-2804-6 โทรสาร 0-2935-2807 Power By Thaischool